ค้นหา โทรศัพท์มือถือ mobilephone

รีวิวโทรศัพท์มือถือ : Samsung Galaxy Note Edge มือถือขอบจอโค้งรุ่นแรกของโลก

รีวิว Samsung Galaxy Note Edge มือถือขอบจอโค้งรุ่นแรกของโลก

วันที่ : 18 ก.พ. 58
เข้าชม : 16,620 ครั้ง

Samsung Galaxy Note Edge โทรศัพท์มือถือขอบจอโค้งรุ่นแรกของโลก
หลังจากที่เราได้ยินข่าวคราว Samsung เปิดตัว Samsung Galaxy Note Edge โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมกับขอบจอโค้งภายในงาน IFA 2014 ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เราก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยกับนวัตกรรมรูปแบบใหม่นี้ และเมื่อ Samsung Galaxy Note Edge เดินทางมาถึงเมืองไทยเป็นที่เรียบร้อย เรา Checkraka.com จึงไม่พลาดรีบนำตัวเครื่องมาทดสอบเพื่อพวกคุณทุกท่าน ซึ่งผลเป็นอย่างไร เราไปติดตามกันเลยดีกว่าครับ

ในกล่องมีอะไรบ้าง
ภายในกล่องของ Samsung Galaxy Note Edge นั้นมาพร้อมกับสิ่งต่างๆ มากมาย อันประกอบไปด้วย
  • ตัวเครื่องโทรศัพท์
  • ปากกา S Pen
  • หูฟังสมอลทอล์คแบบ In-Ear สีขาว 1 คู่ 
  • ซิลิโคนสำรองของหูฟังต่างขนาด 2 คู่
  • แหนบคีบเปลี่ยนหัวปากกา S Pen
  • Quick Start Guide
  • แบตเตอรี่
  • ใบรับประกัน
  • อะแดปเตอร์สำหรับชาร์จไฟ
  • สายดาต้า / ชาร์จ 
  • หัวปากกา S Pen สำหรับเปลี่ยน สีเทา 2 อัน สีขาว 3 อัน 
ตอนที่เราได้เครื่องมา ไม่ได้แถมฟิล์มกันรอยและเคสมาให้แต่อย่างใด (ตอนที่เราทดสอบฟิล์มกันรอยยังไม่มีให้และหายากในไทย ส่วนเคสก็จะมีแบบ Flip Cover เท่านั้นในตอนนี้ และต้องซื้อเอง ซึ่งเท่าที่เราทราบมาตัวเคสจะไม่รองรับการปกป้องตัวหน้าจอที่สองตรงขอบข้างขวา ทั้งนี้ ก็เพื่อให้คุณสามารถมองเห็นการแจ้งเตือนต่างๆ จากหน้าจอนั้นตลอดเวลานั่นเอง ปล. เสียวเวลาเครื่องตกพื้นเหมือนกันนะเนี่ย!!)

ภายในกล่องก็จะมีอุปกรณ์ทั้งหมดตามนี้ครับ ^_^
ดีไซน์
Samsung Galaxy Note Edge มีดีไซน์ที่สวยงาม โดดเด่น สะดุดตา ขอบทางด้านข้างเป็นอะลูมิเนียม ตัวเครื่องมีความบางเพียง 8.3มม. และเบาแค่ 174 กรัม ซึ่งสิ่งที่แตกต่างจาก Samsung Galaxy Note 4 อย่างเห็นได้ชัดคือ เครื่องนั้นมีหน้าจอโค้งตรงขอบด้านขวา จึงทำให้ดูมีความกว้างมากกว่า โดยเมนูคำสั่ง และ Notifications ต่างๆ ก็ย้ายไปอยู่ด้านขวา ทำให้หน้าจอดูมีพื้นที่มากขึ้น แต่ความกว้างที่เพิ่มขึ้นมานี้ ก็อาจทำให้คนมือเล็กบางคนจับลำบากไปสักหน่อย และบางครั้งก็จะเผลอเอานิ้วมือไปกดปุ่มไอค่อนต่างๆ ได้ แต่ก็ถือว่าดูเลิศหรู ไม่เหมือนใคร แถมหนังเทียมทางกรอบด้านหลังเครื่อง ก็ทำให้ดูมีระดับขึ้นไปอีกขั้น ส่วนตัวเครื่องตอนนี้มีสองสีให้เลือกคือ ขาวและดำ


ดีไซน์ตัวเครื่องมาได้สวยหรู โดดเด่นจริงๆ

เครื่องถูกออกแบบให้สามารถถอดฝาหลังที่เป็นหนังเทียม ทำให้เราเปลี่ยนแบตเตอรี่เองได้ 

ภายในด้านหลังของตัวเครื่องจะเป็นที่ใส่ซิมการ์ดแบบ Micro รวมถึงการ์ด MicroSD  ซึ่งรองรับความจุสูงสุดถึง 128GB
หน้าจอ
สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy Note Edge มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ 5.6 นิ้ว จึงถูกจัดอยู่ในโทรศัพท์มือถือกลุ่มแฟบเล็ต จอเป็นแบบ Quad HD + Super AMOLED ความละเอียดอยู่ที่ 2,560 x (1,440+160) พิกเซล 524ppi ซึ่งช่วยให้การแสดงผลภาพนั้นสวยงาม มีชีวิตชีวา ดูเป็นธรรมชาติ เหมาะอย่างยิ่งกับการรับชมรูป หรือภาพยนตร์บนตัวเครื่องได้แบบมีอรรถรสมากกว่าเดิม อีกทั้งหน้าจอยังเป็นกระจกแบบ Corning Gorilla Glass 3 ซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันการขีดข่วน และการกระแทกได้เป็นอย่างดี  
ส่วนการเพิ่มหน้าจอที่สองตรงขอบด้านขวาก็ช่วยให้เราใช้หน้าจอหลักเพื่อดูสิ่งต่างๆ ได้เต็มตามากขึ้น เพราะหน้าจอที่สองนี้จะช่วยแสดงผล Notification ข้อความ SMS สายโทรศัพท์เข้า และช็อตคัทต่างๆ แทนนั่นเอง ทั้งนี้ หน้าจอที่สองตรงขอบด้านข้างขวามืออันคมชัดยังสามารถปรับแต่งสิ่งต่างๆ ได้ตามต้องการ (เรียกได้ว่าไม่ได้มีไว้โชว์อย่างเดียวเท่านั้น แต่ใช้งานได้ดีเลยทีเดียว) ไม่ว่าจะเป็นการเลือกให้โชว์การแจ้งเตือนสิ่งต่างๆ รวมถึงเป็นช็อตคัทเรียกแอปบางตัวได้ตรงนี้ (ที่ผมชอบ เพราะมีแอป เช่นไฟฉาย, ไม้บรรทัด, ตัวนับเวลา, นาฬิกาปลุก และเครื่องอัดเสียงด้วย) โดยมีเมนูการตั้งค่าให้เราเลือก อยากจะจัดแบบไหนก็เลือกเลยตามที่เราต้องการให้เป็นได้เลย อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้อาจจะมีแอปที่รองรับการใช้งานตรงหน้าจอนี้น้อยไปหน่อย แต่ถ้า Galaxy Note Edge รุ่นแรกนี้ประสบความสำเร็จ อนาคตเราคงได้เห็นจำนวนแอปที่เพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน

หน้าจอที่สองตรงขอบเครื่องทางด้านขวา เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ Samsung Galaxy Note Edge ดูโดนเด่นกว่าใครในตอนนี้

การปรับแต่งการแสดงผลหน้าจอที่สองตรงขอบด้านขวานั้นมีให้เลือกมากมายจริงๆ

คุณสามารถเลือกให้แสดงผลแถบต่างๆ ตามความต้องการได้มากสุดถึง 7 แบบ และสามารถดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้


สามารถปรับแต่งข้อความการแสดงตัวตนไปเป็นข้อความอื่นได้ตามความต้องการ

คุณยังสามารถตั้งให้หน้าจอตรงขอบด้านขวาเป็นตัวแสดงนาฬิกา วัน เดือน ปีในช่วงที่เครื่องเข้าสู่โหมด sleep ตามเวลาที่ต้องการได้ด้วย 

ในเมนูนี้จะให้คุณเลือกข้อมูลที่จะสตรีมแล้วไปแสดงที่หน้าจอตรงข้างขวาได้แบบสดๆ
อินเตอร์เฟส และฟังก์ชัน
ในเรื่องของอินเตอร์เฟส และฟังก์ชันการใช้งาน Samsung นั้นขึ้นชื่อว่าจัดเต็มในเรื่องนี้อยู่แล้ว ใน Samsung Galaxy Note Edge นั้นก็มาพร้อมสิ่งต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย เช่น อินเตอร์เฟส TouchWiz UI ที่สวยงาม ใช้งานง่าย, มีฟังก์ชัน S Note ที่ทำงานร่วมกับปากกา S Pen ได้อย่างลื่นไหล ใช้งานวาดภาพ และจดบันทึกต่างๆ ได้ดี เฉกเช่นการใช้งานปากกาเขียนบนกระดาษจริงๆ แถมตัวปากกาก็ถูกดีไซน์มาอย่างดี มีความอัจฉริยะอย่างมากอีกด้วย นอกจากนั้น ยังมีฟังก์ชั่น S Voice ที่รองรับการสั่งงานด้วยเสียง ส่วน S Health ก็เหมาะกับผู้ที่ชอบออกกำลังกายและรักสุขภาพอย่างยิ่งเลยทีเดียว อีกทั้งฟังก์ชั่น อย่าง Air Gestures (การใช้ฝ่ามือ หรือนิ้วมือแสดงท่าทางเพื่อสั่งงาน โดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ), Photo Note และ Multi-window ก็ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานได้เป็นอย่างดี

ในหน้านี้จะมีเมนูแนะนำแอปที่จำเป็น เมนูของขวัญพิเศษจาก Samsung และข้อมูลสถิติต่างๆ จาก S Health โชว์ให้ดู

อินเทอร์เฟสของเครื่องออกแบบมาได้อย่างสวยงาม ดูสะดุดตา

ฟังก์ชั่นสุดอัจฉริยะ S Voice จะรองรับการสั่งงานและตอบโต้ด้วยเสียงแบบเดียวกับ Siri บน iOS ของ Apple
แต่จะมีการปรับแต่งให้เหมาะกับคนในภูมิภาคเอเชียมากกว่า

ฟังก์ชั่น S Health ถูกออกแบบมาเพื่อคนรักสุขภาพ โดยระบบจะเก็บสถิติการออกกำลัง และข้อมูลต่างๆ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ
และการรับประทานอาหาร เพื่อมาประมวลผลและแนะนำเคล็บลับดีๆ เพื่อให้คุณมีสุขภาพดียิ่งขึ้น

ภาพที่วาดบน S Note โดยใช้ปากกาอัจฉริยะ S Pen

ปากกาอัจฉริยะ S Pen ที่ถูกออกแบบเป็นอย่างดีนี้สามารถใช้วาดภาพหรือเขียนข้อความได้ดี
แถมเมื่อใช้ร่วมกับฟังก์ชัน Air Command ก็ทำให้การทำงานต่างๆ สะดวกมากยิ่งขึ้นด้วย 

ฟังก์ชั่น Photo Note จะช่วยแปลงการจดโน้ตด้วยมือเป็นลายเส้นดิจิตอล เพื่อให้คุณปรับเปลี่ยนแต่งเติมข้อความ รูป
หรือสิ่งต่างๆ ด้วย S Pen ซึ่งเมื่อคุณทำเรียบร้อยแล้วก็สามารถแชร์ให้เพื่อนๆ ผ่านฟังก์ชันนี้ได้ทันที

ฟังก์ชัน Multi-window จะช่วยให้คุณเปิดแอปหลายตัวได้ในหน้าจอเดียว
ซึ่งจากการทดสอบก็พบเครื่องทำงานในฟังก์ชั่นนี้อย่างไหลลื่น อำนวยความสะดวกได้ดีจริงๆ
การประมวลผล
โทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy Note Edge มาพร้อมสเปคภายในเครื่องที่โดดเด่นมากกมาย เช่น ระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 4.4.4 (KitKat), ระบบประมวลผลแบบ Quad-Core ความเร็ว 2.7GHz, RAM 3GB, หน่วยความจำภายใน 32GB (รองรับการ์ด MicroSD สูงสุด 128GB) ซึ่งจากการทดสอบเล่นแอป ท่องเว็บ หรือเล่นเกม แม้จะมีกระตุกบ้างเล็กน้อยก็ตาม แต่โดยรวมก็มีผลที่น่าพึงพอใจเลยทีเดียว

การแสดงผลภาพเกมต่างๆ ถือว่าทำได้เนียนตาเลยทีเดียว

การทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องด้วยแอป AnTuTu Benchmark (แอปทดสอบประสิทธิภาพชื่อดังที่ใช้ได้ทั้งบนแท็บเล็ต
และโทรศัพท์มือถือ) สามารถทำคะแนนได้ถึง 46,296 คะแนน

จากคะแนนของแอป AnTuTu Benchmark จะเห็นได้ว่า Note Edge 
นั้นเหนือกว่า One Plus One และ HTC One M8
การเชื่อมต่อ
สำหรับการเชื่อมต่อนั้น Samsung Galaxy Note Edge พร้อมรองรับทุกสิ่งอย่างเต็มที่ เช่น
  • USB 2.0
  • ช่องเสียบชุดหูฟังขนาด 3.5 มม.
  • Bluetooth v4.1
  • Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac 2.4G+5GHz, VHT80 MIMO
  • ระบบ 4G FDD LTE
  • ระบบนำทางด้วยดาวเทียม (GPS, Glonass, Beidou) 
  • ระบบ NFC 
นับว่าครอบคลุมการใช้งานต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
     

เครื่องรองรับการเชื่อมต่อด้วยระบบ 4G ช่วยให้เราท่องโลกอินเทอร์เน็ตได้อย่างว่องไว ทั้งนี้ ถ้าเราอยากครอปหรือตัดหน้าเว็บไซด์เพื่อส่งไปให้คนอื่นดู ก็สามารถทำได้ทันทีผ่านทางฟังก์ชั่น Smart Select ของปากกา S Pen ได้อย่างง่ายดาย

ด้านล่างของตัวเครื่องนั้นมีช่องใส่ปากกาอัจฉริยะ S Pen, พอร์ต Micro USB สำหรับชาร์ตแบตเตอรี่ และเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์
เพื่อถ่ายโอนข้อมูล รวมถึงยังมีรูเล็กๆ 2 รูที่เป็นไมโครโฟน เพื่อให้บันทึกเสียงได้ดียิ่งขึ้น
ทั้งนี้ตรงปุ่ม Home ยังสามารถเป็นตัวสแกนลายนิ้วมือ เพื่อปลดล็อคหน้าจอได้

ด้านบนของตัวเครื่องนั้นมีปุ่ม Power และช่องต่อหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5มม. รวมถึงพอร์ตอินฟราเรด
การถ่ายภาพ
ในเรื่องของการถ่ายภาพนั้น Samsung Galaxy Note Edge มีคุณสมบัติที่น่าสนใจ โดยมีกล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าความละเอียด 3.7 ล้านพิกเซล ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้นถ่ายได้ถึงแบบ UHD 4K (3840 x 2160) @30fps (เฟรมต่อวินาที) จากการทดสอบก็ถือว่าได้ผลที่น่าพอใจเลยทีเดียว ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดี ยิ่งกล้องหน้าที่มีโหมด Beauty ก็ทำให้สาวกที่ชอบถ่ายภาพแนวเซลฟี่นั้นเคลิ้มกันไปเลย ซึ่งทีมงานของเราถ่ายออกมานี่ดูเหมือนสาวเกาหลีเลยทีเดียว

ภาพจากกล้องหน้าความละเอียด 3.7 ล้านพิกเซล โหมด Beauty ของ Samsung Galaxy Note Edge

ภาพจากกล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซลของ Samsung Galaxy Note Edge

กล้องทางด้านหน้ามาพร้อมเลนส์มุมกว้าง 150 องศา และรูรับแสงกว้างสุด f/1.9 รองรับการถ่ายภาพแบบ Selfie และ Wide Selfie
อย่างยอดเยี่ยม 
และเมื่อทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ตรวจวัดอัตราการเต้นของตัวใจทางด้านหลังตัวเครื่อง จะช่วยในการถ่ายเซลฟี่ได้ดี เ
พราะเมื่อคุณนำนิ้วมือมาวางไว้ตรงนี้ แล้วปล่อยออก ระบบจะเก็บภาพทันที ไม่ต้องเอานิ้วไปกดปุ่มชัตเตอร์แต่อย่างใด

กล้องทางด้านหลังมาพร้อมระบบป้องกันการสั่นแบบ Smart OIS (Optical Image Stabilization)
รวมถึงแฟลชแบบ LED และระบบเลือกจุดโฟกัสด้วยการสัมผัสหน้าจอด้วย

โหมดการใช้งานสำหรับถ่ายภาพนั้นมีให้เลือกตั้งค่าและใช้งานมากมาย 
การเล่นสื่อมัลติมีเดียต่างๆ
ถ้าพูดถึงการเล่นสื่อมัลติมีเดียต่างๆ นั้น Samsung Galaxy Note Edge นับว่าทำได้ดีอย่างยิ่ง โดยการเล่นไฟล์เพลงนั้นรองรับทั้งไฟล์ MP3, M4A, 3GA, AAC, OGG, OGA, WAV, WMA, AMR, AWB, FLAC, MID, MIDI, XMF, MXMF, IMY, RTTTL, RTX, OTA ส่วนการเล่นไฟล์วิดีโอรองรับไฟล์ MP4, M4V, 3GP, 3G2, WMV, ASF, AVI, FLV, MKV, WEBM ซึ่งการที่มีหน้าจอที่สองตรงขอบเครื่องด้านขวาก็ช่วยแบ่งเมนูคำสั่งต่างๆ ออกไป ทำให้การชมวิดีโอผ่านหน้าจอหลักนั้นเห็นแบบเต็มตามากขึ้น ส่วนระบบเสียงก็นับว่าทรงพลังอย่างยิ่ง

เสียงดนตรีที่เล่นผ่านแอปเล่นเพลงของ Samsung นั้นมีคุณภาพอยู่ในระดับที่น่าพอใจเลยทีเดียว

แอป Samart Remote ของ Samsung จะทำงานร่วมกับระบบอินฟราเรด เพื่อทำหน้าที่เป็นรีโมทควบคุมทีวีของคุณ

การชมภาพยนตร์จากหน้าจอหลักของเครื่องนั้นถือว่าได้รับอรรถรสอย่างเต็มที่เลยทีเดียว ด้วยการที่ไม่มีเมนูอะไรมาบดบังสายตาเรานั่นเอง
อายุการใช้งานแบตเตอรี่
สำหรับอายุการใช้งานแบตเตอรี่นั้น Samsung Galaxy Note Edge ให้ความจุแบตเตอรี่มาถึง 3,000mAh ซึ่งจากการทดสอบก็สามารถอยู่ได้ยาวเกือบ 1 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แต่ที่น่าสนใจสุดๆ คือเครื่องมีโหมด Ultra Power Saving Mode ซึ่งแม้แบตเตอรี่ของคุณจะเหลือน้อยแล้ว แต่เมื่อมาใช้โหมดนี้ (หน้าจอเปลี่ยนเป็นขาวดำ) ก็จะใช้งานได้อีกนานเลยทีเดียว ทั้งนี้ เมื่อคุณต้องการชาร์จแบตเตอรี่ เครื่องก็มีระบบชาร์จอย่างรวดเร็ว "Fast Charging" ซึ่งภายในระยะเวลา 30 นาที Note Edge จะชาร์จได้ถึง 50% ต่างจากการชาร์จทั่วไปที่จะได้เพียง 30% เท่านั้น (จากตอนแรกที่แบตเตอรี่เหลือ 0%)

เมื่อใช้โหมด Ultra Power Saving Mode จะเห็นได้ว่าแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ 14% จะสามารถใช้งานได้ถึง 1.7 วัน
สรุป
  • ในกล่องมีอะไรบ้าง : ก็ยังเป็นมาตรฐานของแบรนด์ใหญ่ที่มักจะมีสิ่งต่างๆ มาในกล่องให้ประมาณนี้ แต่ถ้าไม่นับเรื่องกล่องที่น่าจะปรับปรุงหน่อยให้ดูพรีเมียมสมกับราคาหน่อยแล้ว นอกจากนั้นคุณภาพของอุปกรณ์ต่างๆ ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ
  • ราคา :  ราคาของ Samsung Galaxy Note Edge อยู่ที่ 28,900 บาท เท่ากับ iPhone 6 Plus ตัว 16GB เลยทีเดียว แต่ต่างจาก Note 4 อยู่ 3,000 บาท ถ้าถามว่าคุ้มค่าไหมกับการแลกมากับหน้าจอที่สองตรงขอบด้านขวานี้ ถ้าถามคนเขียน อาจจะไม่คุ้มค่ามากนัก แต่ถ้าใครต้องการสมาร์ทโฟนที่โดดเด่นเกินใคร ถือไปอวดใครๆ ได้ไม่อาย เจ้าเครื่องนี้ก็น่าจะตอบโจทย์ข้อนี้ได้ดี
  • ดีไซน์ : นับว่าทำได้ดี ดูโดดเด่นกว่าสมาร์ทโฟนอื่นๆ ในช่วงนี้ เอาเป็นว่าใครเห็นก็อยากสัมผัสแล้วกัน
  • หน้าจอ : เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมชื่นชอบมากๆ แม้หน้าจอที่สองทางด้านขวาจะเป็นอุปสรรคบ้างสำหรับคนมือเล็ก เพราะเสี่ยงต่อการจับเครื่องแล้วไปโดนปุ่มแถวนั้น จนกลายเป็นเรียกใช้แอป หรือเมนูอื่นๆ มาโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็ถือว่าการแสดงผลของหน้าจอนั้นคมชัด สวยงาม จนผมยังอดเคลิบเคลิ้มไม่ได้ แอบจูบหน้าจอไปสองสามที
  • อินเทอร์เฟสและฟังก์ชั่น : นับได้ว่าเป็นจุดเด่นของเจ้าเครื่องนี้เลยทีเดียว นอกจากจะมีอินเทอร์เฟสที่สวยงามใช้งานง่ายแล้ว ฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ทำออกมาตอบสนองผู้ใช้งานก็ถือว่าทำได้ดี เช่น การเอามือปาดหน้าจอเพื่อ capture หน้าจอนั้นดูคลาสสิกมากๆ เลยทีเดียว เปรียบเหมือนกับเราใช้มือสแกนภาพประมาณนั้น ส่วนปากกา S Pen ก็เหมือนถูกออกแบบมาเพื่อผู้ชอบการขีดๆ เขียนๆ จดประชุม ส่งงาน วาดรูป ยอมยกนิ้วให้เลย กับการสร้างสรรค์ออกมาได้ขนาดนี้ 
  • การประมวลผล : Samsung Galaxy Note Edge เลือกใช้ระบบประมวลผลแบบ Quad-Core ความเร็ว 2.7GHz ซึ่งต่างจาก Samsung Galaxy Note 4 ที่ใช้ระบบประมวลผล 1.9 GHz Octa Core (1.9 GHz Quad + 1.3 GHz Quad Core) แม้อาจจะดูงงๆ ที่ Samsung ไม่ให้ Note Edge มีระบบประมวลผลแบบเดียวกับ Note 4 แต่จากการทดสอบ ก็ทำงานลื่นไหลได้เป็นอย่างดี รองรับการใช้งานในรูปแบบต่างๆ ได้แบบหายห่วง
  • การเชื่อมต่อ : แม้เครื่องจะหันมาใช้ USB 2.0 ซึ่งไม่ใช่เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด แต่เมื่อดูสเปคในเรื่องของการเชื่อมต่อโดยรวมแล้ว ต้องถือว่า Note Edge นั้นรองรับการใช้งานในทุกๆ ด้านจริงๆ
  • การถ่ายภาพ : นับว่า Note Edge ทำได้ดีในจุดนี้จริงๆ ซึ่งนอกจากจะมีฟังก์ชันมากมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการถ่ายภาพแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้มาก็อยู่ในเกณฑ์ที่น่าประทับใจด้วย
  • การเล่นสื่อมัลติมีเดียต่างๆ : คุณสมบัติทางด้านนี้ นับได้ว่าเป็นจุดหนึ่งที่ทำได้ดี การที่มีหน้าจอที่สองตรงขอบด้านขวา ก็ช่วยให้การเล่นเพลง หรือชมภาพยนต์ได้อรรถรสมากขึ้นกว่าเดิมด้วย
  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ : แม้จะมีขนาดของแบตเตอรี่น้อยกว่า Note 4 (ขนาด 3,220 mAh) แต่จากการทดสอบต่อการชาร์จ 1 ครั้งจนเต็ม ก็พบว่าแบตเตอรี่มีอายุการใช้งานอยู่ในระดับที่น่าพอใจเลยทีเดียว ส่วนฟังก์ชันที่ช่วยให้เราชาร์จแบตเตอรี่เต็มเร็ว Fast Charging ก็ทำได้ดีพอสมควร แต่สิ่งที่เราประทับใจสุดๆ คือ โหมด Ultra Power Saving Mode ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานโทรศัพท์ออกไปก่อนแบตเตอรี่จะหมด ช่วยให้เราไม่พลาดทุกการติดต่อนั่นเอง
  • สรุปโดยรวม จากการทดสอบมาได้ระยะหนึ่งก็พบว่า Samsung Galaxy Note Edge สามารถทำให้เราประทับใจในนวัตกรรมแบบใหม่นี้ไม่ยาก ซึ่งแม้จะมีบางอย่างที่ทำให้เราติดขัดในเรื่องการใช้งาน ด้วยการที่เครื่องนั้นมีหลายสิ่งที่ดูใหม่มากๆ และแปลกกว่าที่เคยสัมผัส แต่โดยรวมแล้วก็ทำเรากด Like ให้ไม่ยากเช่นกัน
แก้ไขล่าสุด : 26 พ.ค. 60
โดย
:
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

รีวิวโทรศัพท์มือถือล่าสุด