ค้นหา สินเชื่อเงินสด personal loan
ข้อมูลความรู้ : สินเชื่อเงินสด

สินเชื่อ "บ้านแลกเงิน" หรือ "Home For Cash" คืออะไร แต่ละธนาคารคิดดอกเบี้ยกันเท่าไหร่ ดูได้ที่นี่!

แก้ไขล่าสุด : 2 มิ.ย. 60
เข้าดูทั้งหมด: 9,475 คน

สินเชื่อ "บ้านแลกเงิน" หรือ "Home For Cash" คืออะไร แต่ละธนาคารคิดดอกเบี้ยกันเท่าไหร่ ดูได้ที่นี่!

"บ้าน" นอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยให้เราได้พักพิงแล้ว ยังเป็นแหล่งเงินกู้สำหรับผู้ที่ต้องการเงินสดมาหมุนได้ด้วยนะคะ โดยปัจจุบันสถาบันการเงินหลายแห่งได้ออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อประเภท "บ้านแลกเงิน" หรือ "Home For Cash" ซึ่งเป็นสินเชื่ออเนกประสงค์ ที่ผู้กู้สามารถนำเงินไปใช้จ่ายได้หลากหลาย ซึ่งจะมีรายละเอียดเป็นอย่างไรนั้น วันนี้ CheckRaka.com ได้รวบรวมข้อมูลพร้อมอัตราดอกเบี้ยมาไว้ให้เพื่อนๆ เปรียบเทียบกันก่อนตัดสินใจยื่นกู้ด้วยล่ะค่ะ ถ้าพร้อมแล้ว...เราไปดูกันเลย

สินเชื่อบ้านแลกเงิน คืออะไร

สินเชื่อบ้านแลกเงิน จัดเป็นสินเชื่อที่มีหลักประกัน (Secure Loans) ซึ่งผู้กู้ต้องนำ "ที่อยู่อาศัย" ที่ปลอดภาระหนี้/ภาระจำนอง ซึ่งกินความถึง บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม ห้องชุดพักอาศัย/คอนโดฯ และอาคารพาณิชย์ (ธนาคารบางแห่งอาจรวมถึงที่ดินเปล่าด้วย) มาจำนองเป็นหลักประกันเพื่อขอสินเชื่อ
อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านแลกเงินส่วนใหญ่จะเป็นแบบลอยตัว (Floating Rate) และคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ทั้งนี้ผู้กู้ (ผู้จำนอง) ยังสามารถอาศัยอยู่ในบ้านแห่งนั้นได้ตามปกติไปพร้อมๆ กับการผ่อนชำระหนี้ด้วยนะคะ ส่วนวงเงินที่ให้กู้นั้นจะขึ้นอยู่กับราคาประเมินของที่อยู่อาศัยที่เรานำไปเป็นหลักประกัน ตั้งแต่ 50,000 บาท จนถึง 10,000,000 บาท และมีระยะเวลาการผ่อนชำระสูงสุด 30 ปี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและข้อกำหนดของแต่ละธนาคารค่ะ ซึ่งหากต่อมาเกิดผิดนัด และไม่สามารถชำระหนี้ได้อีกต่อไป เราจะพูกฟ้องร้องดำเนินคดี และที่อยู่อาศัยที่นำไปเป็นหลักประกันก็จะถูกยึด นำไปขายทอดตลาด แล้วนำเงินที่ได้จากการขายนั้นมาใช้หนี้พร้อมดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นค่ะ

สินเชื่อบ้าน กับ สินเชื่อบ้านแลกเงิน ต่างกันอย่างไร

ต้องบอกก่อนเลยค่ะว่า "สินเชื่อบ้าน (Home Loan)" และ "สินเชื่อบ้านแลกเงิน (Home For Cash)" เป็นสินเชื่อคนละประเภท และคนละวัตถุประสงค์กัน แต่เนื่องจากมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คล้ายกัน จึงอาจทำให้หลายคนเกิดความสับสน เรามาดูกันค่ะว่าแท้จริงแล้ว สินเชื่อทั้งสองประเภทนี้ความเหมือน หรือแตกต่างกันอย่างไร
  สินเชื่อบ้าน สินเชื่อบ้านแลกเงิน
วัตถุประสงค์ เพื่อให้ได้สิทธิในที่อยู่อาศัย เช่น บ้าน คอนโดฯ ทาวน์โฮม ฯลฯ เพื่อให้ได้เงินสด นำไปใช้จ่ายหมุนเวียนตามความจำเป็น
รูปแบบสัญญา
  • สัญญาเงินกู้แบบมีกำหนดระยะเวลา (Term Loan)
  • สัญญาเงินกู้แบบมีกำหนดระยะเวลา (Term Loan)
  • บางแห่งอาจให้กู้แบบหมุนเวียน (Revolving Loan) ด้วย
 หลักประกัน
  • ใช้ที่อยู่อาศัยที่ผู้กู้ต้องการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ เป็นหลักประกัน
  • ต้องทำสัญญาจำนอง
  • ใช้ที่อยู่อาศัยที่ผู้กู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อยู่ เป็นหลักประกัน
  • ต้องทำสัญญาจำนอง
การพิจารณาวงเงินกู้
  • ราคาซื้อขายจริง
  • วงเงินดาวน์
  • ราคาประเมินทรัพย์ (ที่อยู่อาศัย) ที่ใช้เป็นหลักประกัน
  • รายได้ และความสามารถในการชำระหนี้
  • วงเงินกู้สูงสุดขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและการพิจารณาของธนาคาร
  • จำนวนเงินกู้ที่ต้องการ
  • ราคาประเมินทรัพย์ (ที่อยู่อาศัย) ที่ใช้เป็นหลักประกัน
  • รายได้ และความสามารถในการชำระหนี้
  • กำหนดวงเงินกู้ ตั้งแต่ 50,000 จนถึง 10,000,000 (หรือตามเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร)
ระยะเวลากู้ 30 - 35 ปี อยู่ที่ประมาณ 15 - 20 ปี (อาจมีระยะเวลามากหรือน้อยกว่านั้น ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของธนาคาร)
การคิดดอกเบี้ย
  • ลดต้นลดดอก
  • อัตราดอกเบี้ยถูกกว่าสินเชื่อบ้านแลกเงิน
  • ลดต้นลดดอก
  • อัตราดอกเบี้ยแพงกว่าการกู้สินเชื่อบ้าน
กรณีผิดนัดชำระหนี้ ธนาคารอาจบอกเลิกสัญญา แจ้งให้ลูกหนี้ชำระหนี้ภายในระยะเวลาอันสมควร หากลูกหนี้ละเลย จะถูกฟ้องร้อง บังคับยึดทรัพย์จำนองนำมาขายทอดตลาด และดำเนินการทางกฎหมาย ต่อไป ธนาคารอาจบอกเลิกสัญญา แจ้งให้ลูกหนี้ชำระหนี้ภายในระยะเวลาอันสมควร หากลูกหนี้ละเลย จะถูกฟ้องร้อง บังคับยึดทรัพย์จำนองนำมาขายทอดตลาด และดำเนินการทางกฎหมาย ต่อไป

อยากขอสินเชื่อบ้านแลกเงิน... มีขั้นตอนอะไรบ้าง

1. ศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขการให้สินเชื่อ
หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการให้สินเชื่อบ้านแลกเงินของธนาคารแต่ละแห่งอาจแตกต่างกันออกไป เช่น ธนาคารบางแห่งอาจไม่รับหลักประกันที่เป็น "ที่ดิน" มีการกำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำ - สูงสุดไว้ และจำกัดระยะเวลากู้สูงสุดไว้ที่ 10, 15 หรือ 30 ปี รวมทั้งอาจมีอัตราดอกเบี้ยให้เลือกหลายแบบ ซึ่งผู้กู้ควรนำปัจจัยเหล่านี้มาพิจารณาให้ดีก่อนยื่นกู้ค่ะ
2. สร้างประวัติทางการเงินที่ดี
ผู้ที่มีประวัติทางการเงินที่ดี ไม่เคยผิดนัดและไม่มีหนี้ค้างชำระ และมีรายได้ที่แน่นอน สม่ำเสมอ ย่อมสร้างความมั่นใจให้แก่ธนาคารได้ว่า หากปล่อยกู้ไปแล้วจะได้รับชำระหนี้คืน แต่สำหรับผู้ที่ไม่ได้ทำงานประจำ ไม่มีสลิปเงินเดือนก็สามารถแสดงวินัยให้ธนาคารเห็นได้ โดยเปิดบัญชีและฝากเงินกับธนาคารอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างวินัยทางการเงิน ก็จะเพิ่มโอกาสการอนุมัติสินเชื่อได้มากขึ้นค่ะ
3. เตรียมเอกสารให้พร้อม
นอกจากเอกสารส่วนตัว (เช่น ใบคำขอสินเชื่อ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ฯลฯ) เอกสารทางการเงิน (เช่น หนังสือรับรองเงินเดือน, เอกสารการเดินบัญชี ฯลฯ) ยังต้องเตรียมเอกสารเกี่ยวกับ "ที่อยู่อาศัย" ที่จะใช้เป็นหลักประกัน เช่น โฉนดที่ดิน หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุดด้วยนะคะ หรือสำหรับใครที่ต้องการวงเงินกู้จำนวนมากและจะมีผู้กู้ร่วม ก็ต้องเตรียมเอกสารของผู้กู้ร่วมมาด้วยเช่นกันค่ะ ทั้งนี้ ธนาคารแต่ละแห่งอาจเรียกให้ผู้กู้แสดงเอกสารอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย ดังนั้นแนะนำว่าให้สอบถามจากทางธนาคารให้ชัดเจนก่อนยื่นกู้จะดีที่สุดนะคะ
4. ยื่นเรื่องขอสินเชื่อและประเมินราคาหลักทรัพย์
เมื่อเราได้ส่งเอกสารยื่นกู้พร้อมหลักฐานให้แก่ธนาคารแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ประเมินราคาหลักทรัพย์ติดต่อกลับมา เพื่อขอเข้ามาถ่ายรูปและสำรวจที่อยู่อาศัยของเราค่ะ ซึ่งเราจะต้องชำระเงิน "ค่าธรรมเนียมการสำรวจและประเมินราคาหลักประกัน" ขั้นต่ำประมาณ 3,000 - 4,000 บาท ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของธนาคาร จากนั้นเจ้าหน้าที่จะส่งราคาประเมินไปยังธนาคาร เพื่อให้ธนาคารพิจารณาวงเงินที่เราจะได้รับต่อไปค่ะ
5. รอผลการอนุมัติสินเชื่อ ทำสัญญาและจดจำนอง
หลังจากเจ้าหน้าที่ประเมินราคาหลักทรัพย์แล้ว จะต้องรอให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมา เพื่อแจ้งว่าการขอสินเชื่อของเราได้รับอนุมัติหรือไม่ และได้รับวงเงินเป็นจำนวนเท่าไร ซึ่งขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อของธนาคารแต่ละแห่งนั้นอาจใช้ระยะเวลาอาจไม่เท่ากันนะคะ และเมื่อเราได้รับอนุมัติแล้วก็จะต้องไปเซ็นสัญญาเงินกู้ พร้อมทำเรื่องจดจำนองที่อยู่อาศัยนั้น ณ สำนักงานที่ดินซึ่งที่อยู่อาศัยนั้นตั้งอยู่ค่ะ
6. ผ่อนชำระเงินกู้จนครบ
หลังจากที่เราได้วงเงินกู้นำมาใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์แล้ว ก็จะมีหน้าที่ผ่อนชำระเงินกู้พร้อมดอกเบี้ย ส่งให้แก่ธนาคารเป็นรายเดือนตามสัญญา และเมื่อชำระหนี้จนครบถ้วนทั้งหมดแล้ว ผู้กู้และเจ้าหน้าที่ธนาคารก็จะต้องเดินทางไปยังสำนักงานที่ดินอีกครั้ง เพื่อจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่อยู่อาศัยแห่งนั้นนั่นเองล่ะค่ะ

เช็คอัตราดอกเบี้ยบ้านแลกเงิน ที่ไหนถูกสุดดูที่นี่

หลายคนคงอยากทราบกันแล้วล่ะค่ะว่าอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านแลกเงินของธนาคารแต่ละแห่งเป็นอย่างไร ที่ไหนมีเงื่อนไขตรงใจของแต่ละคนกันบ้าง วันนี้ CheckRaka.com ได้รวบรวมมาให้แล้ว จะเป็นอย่างไรนั้นเราไปดูพร้อมกันเลยค่ะ
สถาบันการเงิน หลักประกัน วงเงินให้กู้ ระยะเวลาให้กู้ อัตราดอกเบี้ย
(ข้อมูล ณ 3/05/60)

ธนาคารกรุงเทพ
ที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว, ทาวน์เฮาส์, คอนโดมิเนียม หรืออาคารพาณิชย์ สูงสุด 80% ของราคาประเมินหลักประกัน
(ไม่เกิน 6 ล้านบาท หรือ 100% ของมูลค่าใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์การขอกู้)
3 - 10 ปี
  • กรณีแสดงรายละเอียดและแนบเอกสารประกอบวัตถุประสงค์ : 
    MRR - 0.625% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา สูงสุดไม่เกิน 6 ล้านบาท

  • กรณีไม่แสดงรายละเอียด และไม่แนบเอกสารประกอบวัตถุประสงค์ :
    MRR + 0.375% ต่อปีตลอดอายุสัญญา สูงสุดไม่เกิน 10 เท่าของรายได้ต่อเดือน สูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท

*อัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ 16 พ.ค. - 30 มิ.ย. 60

ดู MRR ปัจจุบันได้ ที่นี่

ธนาคารกรุงไทย

สินเชื่อ KTB Home For Cash
ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, อาคารชุด ไม่เกิน 80 - 100% ของราคาประเมินหลักประกัน หรือราคาซื้อขายจริง
กรณีกู้แบบ Term Loan :
ผ่อนชำระไม่เกินอายุสัญญากู้สินเชื่อที่อยู่อาศัย 
หากอายุสัญญากู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยรายเดิมคงเหลือไม่ถึง 5 ปี ให้ผ่อนชำระสูงสุดได้ถึง 5 ปี
กรณีกู้แบบ Term Loan :
  • กรณีลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยรายเดิมที่ผ่อนชำระหนี้มาแล้วน้อยกว่า 2 ปี : MRR ต่อปี

  • กรณีลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยรายเดิมที่ผ่อนชำระหนี้มาแล้วตั้งแต่ 2 ปี : MRR - 0.50% ต่อปี)
กรณีกู้แบบหมุนเวียน (Revolving Loan) : 
พิจารณาต่ออายุสัญญาปีต่อปี
กรณีกู้แบบหมุนเวียน (Revolving Loan) : 
MRR + 1.00% ต่อปี)




ดู MRR ปัจจุบันได้ ที่นี่

ธนาคาร
กรุงศรีอยุธยา

สินเชื่อกรุงศรี โฮมฟอร์แคช
บ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, ทาวน์เฮ้าส์, ทาวน์โฮม, ห้องชุดพักอาศัย และอาคารพาณิชย์ ขั้นต่ำ 500,000 บาทสูงสุดไม่เกิน 80% ของราคาประเมินหลักประกัน


สูงสุด 30 ปี (อายุผู้กู้รวมกับระยะเวลาการกู้ไม่เกิน 65 ปี) วงเงิน 5 แสน แต่ไม่ถึง 1 ล้านบาท :
MRR + 1.40% ตลอดอายุสัญญา

วงเงิน 1 ล้าน แต่ไม่ถึง 5 ล้านบาท :
MRR ตลอดอายุสัญญา

วงเงิน 5 ล้านบาทขึ้นไป
ปีที่ 1 : MRR - 0.50% ต่อปี
หลังจากนั้น : MRR ตลอดอายุสัญญา
กรณีอาคารพาณิชย์ไม่เกิน 70% ของราคาประเมิน) วงเงิน 5 แสนบาทขึ้นไป :
MRR + 1.40% ตลอดอายุสัญญา


*อัตราดอกเบี้ย ตั้งแต่ 1 มี.ค. - 30 มิ.ย. 60 และสำหรับลูกค้าที่ซื้อประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อตามเงื่อนไขที่กำหนด รับส่วนลดอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ต่อปี เฉพาะในปีที่ 1 จากอัตราดอกเบี้ยทุกทางเลือก


ดู MRR ปัจจุบันได้ ที่นี่

ธนาคารกสิกรไทย

สินเชื่อบ้านทวีทรัพย์กสิกรไทย (K-Home Equity)
บ้านพร้อมที่ดิน, ทาวน์เฮ้าส์, อาคารพาณิชย์ และห้องชุด (เฉพาะห้องชุดต้องมีราคาซื้อขายต่อหน่วยไม่ต่ำกว่า 0.5 ล้านบาท) ยกเว้นที่ดินเปล่า ไม่เกิน 70 - 80% ของราคาประเมินหลักประกัน วงเงินกู้ขั้นต่ำ 100,000 บาท สูงสุด 10 ล้านบาท
(กรณีกู้เบิกเงินเกินบัญชีได้สูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท)
สูงสุด 15 ปี (ห้องชุดไม่เกิน 10 ปี) กรณีเงินกู้ (Loan) :
MRR - 0.50% ต่อปี

กรณีกู้เบิกเงินเกินบัญชี (O/D) : 
MRR + 1.00% ต่อปี



ดู MRR ปัจจุบันได้ ที่นี่

ธนาคารกสิกรไทย

สินเชื่ออเนกประสงค์กสิกรไทย (K-Home Loan for Multi Purpose)
บ้านพร้อมที่ดิน, ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ และห้องชุด  ไม่เกิน 80% ของวงเงินที่ได้ผ่อนชำระไปแล้ว วงเงินกู้ขั้นต่ำ 50,000 บาท สูงสุด 15 ปี MRR - 1.00% ต่อปี



ดู MRR ปัจจุบันได้ ที่นี่

ธนาคาร
เกียรตินาคิน


สินเชื่อบ้านกู้เงินด่วน HomeQuickCash
ห้องชุด, ทาวน์เฮ้าส์, บ้านแฝด, บ้านเดี่ยว และอาคารพาณิชย์ ยกเว้น ที่ดินเปล่า ไม่เกิน 70 - 95% ของราคาประเมิน (ขั้นต่ำ 500,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท)
สูงสุด 240 เดือน (20 ปี) แบบที่ 1
MLR ต่อปี ตลอดอายุสัญญา

แบบที่ 2
ปีที่ 1 - 5 : 7.00% ต่อปี
หลังจากนั้น : MLR ตลอดอายุสัญญา

แบบที่ 3
MLR - 0.25% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา

ดู MLR ปัจจุบันได้ ที่นี่

ธนาคาร
ซีไอเอ็มบี ไทย


สินเชื่อ
มอร์เกจพาวเวอร์
ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง, คอนโดมิเนียม, อาคารพาณิชย์ สูงสุด 95% ของราคาประเมินหลักประกัน 
(กรณีกู้โอดี วงเงินสูงสุด 50% ของราคาประเมินหลักประกัน)
3 - 15 ปี กู้แบบ Term Loan : 
  • กรณีทำประกัน MRTA
    ปีที่ 1 : MRR - 2.00% ต่อปี
    หลังจากนั้น : MRR - 0.75% ต่อปี

  • กรณีไม่ทำประกัน MRTA
    ปีที่ 1 : MRR - 1.00% ต่อปี
    หลังจากนั้น : MRR - 0.75% ต่อปี

กู้แบบ O/D : 
  • กรณีทำ OD Protection :
    MOR ต่อปี

  • กรณีไม่ทำ OD Protection : 
    MOR + 0.50% ต่อปี


ดู MRR และ MOR ปัจจุบันได้ ที่นี่

ธนาคารทหารไทย

สินเชื่อบ้านอเนกประสงค์
ที่อยู่อาศัยพร้อมที่ดิน, อาคารชุด  สูงสุดไม่เกิน 80% ของราคาประเมินหลักประกัน ขั้นต่ำ 500,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 10,000,000 บาท สูงสุด 15 ปี (อายุผู้กู้รวมกับระยะเวลาการกู้ไม่เกิน 65 ปี) กรณีทำประกัน MRTA
ปีที่ 1 - 3 : 6.00% ต่อปี
หลังจากนั้น : MRR - 1.275% ต่อปี

กรณีไม่ทำประกัน MRTA
ปีที่ 1 - 3 : 7.00% ต่อปี
หลังจากนั้น : MRR - 0.275% ต่อปี

ดู MRR ปัจจุบันได้ ที่นี่

ธนาคาร
ไทยเครดิต
เพื่อรายย่อย


สินเชื่อบ้านแลกเงิน
ที่อยู่อาศัยพร้อมที่ดิน, อาคารชุด สูงสุด 10,000,000 บาท สูงสุด 20 ปี พนักงานประจำ และอาชีพอิสระ
  • อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น MRR - 3.60% ถึง MRR - 0.10% ต่อปี
เจ้าของกิจการ
  • อัตราดอกเบี้ย MRR + 2.89% ต่อปี

ดูอัตราดอกเบี้ย MRR ได้ ที่นี่

ธนาคาร
ไทยพาณิชย์


สินเชื่อ My Home My Cash
  • กรณีอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้านเดี่ยว, ทาวน์เฮ้าส์, อาคารพาณิชย์, อาคารชุด, ที่ดินเปล่า
  • กรณีเงินฝากประจำ เช่น เงินฝากประจำ 3 เดือน,  6 เดือน, 12 เดือน, 24 เดือน และ 36 เดือน
  • พันธบัตรที่ออกโดยรัฐบาล ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ พันธบัตรอื่นที่รัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกัน
  • กองทุนเปิดตราสารหนี้ SCBSFF, SCBRF, SCBGB Series :GB1/12 ถึง GB12/12
สูงสุด 90% ของราคาประเมินหลักประกัน (ไม่เกิน 10 ล้านบาท) สูงสุด 30 ปี (อายุผู้กู้รวมกับระยะเวลาการกู้ไม่เกิน 65 ปี) สูงสุดไม่เกิน 15.37% ต่อปี
(ตามประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อของธนาคาร)

ธนาคารธนชาต

สินเชื่อธนชาต บ้านแลกเงิน
บ้านพร้อมที่ดิน, ทาวน์เฮ้าส์, บ้านแฝด, อาคารพาณิชย์, โฮมออฟฟิศ, อาคารชุด ขั้นต่ำ 100,000 บาท สูงสุด 10,000,000 บาท  สูงสุด 30 ปี กรณีผู้กู้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านที่ใช้เป็นหลักประกันตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป :
MLR ต่อปี ตลอดอายุสัญญา

กรณีผู้กู้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านที่ใช้เป็นหลักประกันน้อยกว่า 6 เดือน หรือไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน : 
MLR + 1.00% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา
     

ดู MLR ปัจจุบันได้ ที่นี่

ธนาคารยูโอบี

สินเชื่อยูโอบี แคช ทู โฮม
บ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, ทาวน์เฮ้าส์, ทาว์นโฮม, โฮมออฟฟิศหรือคอนโดมิเนียม  วงเงิน 75 - 85% ของราคาประเมินหลักทรัพย์ ขั้นต่ำ 500,000 บาท สูงสุด 50,000,000 บาท (15 - 30 ล้านบาทสำหรับต่างจังหวัด)  สูงสุด 20 - 30 ปี แบบที่ 1 คงที่ 3 เดือน
  • กรณีทำประกัน MRTA
    เดือนที่ 1 - 3 : 4.99% ต่อปี
    หลังจากนั้น : MRR - 1.25% ต่อปี (แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 4.00% ต่อปี)

  • กรณีไม่ทำประกัน MRTA
    เดือนที่ 1 - 3 : MRR - 1.25% ต่อปี
    หลังจากนั้น : MRR - 1.25% ต่อปี

แบบที่ 2 ลอยตัวพิเศษ 2 ปี
  • กรณีสมัคร MRTA
    ปีที่ 1 - 2 : MRR - 1.75% ต่อปี
    หลังจากนั้น : MRR - 1.25% ต่อปี (แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 4.00% ต่อปี)


ดูอัตรา MRR ปัจจุบันได้ ที่นี่

ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด

สินเชื่อบ้าน มันนี่มอร์เกจ
บ้านและที่ดิน, ทาวน์เฮ้าส์, อาคารพาณิชย์ หรือ ห้องชุด สูงสุด 80% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งที่ต่ำกว่า (ไม่เกิน 25 ล้านบาท) สูงสุด 25 ปี โปรดสอบถามธนาคาร



ดูอัตรา MHR ปัจจุบันได้ ที่นี่

ธนาคารออมสิน

สินเชื่อออมสินบ้านแลกเงิน
ที่ดินพร้อมอาคาร หรือห้องชุด ไม่เกินรายละ 10,000,000 บาท ไม่เกิน 15 ปี
(กรณีกู้เบิกเงินเกินบัญชี ทบทวนวงเงินทุกปี)
กู้แบบระยะยาว (Term Loan)
ปีที่ 1 - 2 : MRR - 1.50% ต่อปี
หลังจากนั้น : MRR - 0.50% ต่อปี

กรณีกู้แบบเบิกเงินเกินบัญชี : MOR + 1.00% ต่อปี


ดู MRR และ MOR ปัจจุบันได้ ที่นี่

ธนาคาร
ไอซีบีซี (ไทย)

สินเชื่อเอนกประสงค์สินทรัพย์แลกเงิน
ที่ดินเปล่า, ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ห้องชุด อาคารพาณิชย์ และโกดังเก็บสินค้า สูงสุด 70% ของราคาประเมินหลักทรัพย์ (ขั้นต่ำ 500,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 15,000,000 บาท) 1 - 10 ปี (อายุผู้กู้รวมกับระยะเวลาในการกู้ยืมต้องไม่เกิน 75 ปี) ไม่น้อยกว่า MLR - 0.50% ต่อปี


ดู MLR ปัจจุบันได้ ที่นี่
หมายเหตุ
  1. การนำเสนอข้อมูลข้างต้น เป็นข้อมูล ณ วันที่ 2 มิถุนายน 2560 และโปรดสอบถามแต่ละธนาคารอีกครั้งสำหรับอัตราดอกเบี้ยหรือข้อเสนอของแต่ละธนาคารที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อระยะเวลาผ่านไป
  2. ข้อมูลของอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อของแต่ละธนาคารที่นำเสนอเป็นอัตราดอกเบี้ยสำหรับผู้กู้ในนามบุคคลธรรมดาและเป็นอัตราดอกเบี้ยทั่วไป และไม่รวมอัตราดอกเบี้ยโปรโมชั่นหรืออัตราดอกเบี้ยพิเศษที่สาขาธนาคารอาจเสนอให้ลูกค้าประจำหรือลูกค้าพิเศษเป็นครั้งคราว
  3. อัตราดอกเบี้ย MLR, MOR และ MRR อ้างอิงตามประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ฉบับล่าสุดของแต่ละธนาคารที่ประกาศบนเว็บไซต์ของธนาคารนั้นๆ ซึ่งประกาศของธนาคารเหล่านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
  4. รายละเอียดข้างต้นอยู่ภายใต้เงื่อนไขเพิ่มเติมที่ธนาคารอาจกำหนดเป็นครั้งคราวสำหรับประเภท อาชีพ หรือคุณสมบัติของผู้กู้แต่ละรายที่แตกต่างกัน
แม้ว่าเราจะสามารถนำ "บ้าน" ไปแลกเป็นเงินสดมาหมุน เพื่อประคับประคองสถานการณ์ทางการเงินในภาวะฉุกเฉินให้ผ่านพ้นไปได้ แต่เมื่อกู้เงินมาแล้วก็ควรรีบชำระหนี้เงินต้นพร้อมดอกเบี้ยให้เรียบร้อยโดยเร็วนะคะ เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดค่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายไปแล้ว ยังจะช่วยเสริมความมั่นใจได้ว่า "บ้าน" ที่นำไปเป็นหลักประกันนั้นจะไม่ถูกบังคับจำนอง และยังเป็นกรรมสิทธิ์ของเราโดยครบถ้วนสมบูรณ์ค่ะ
แก้ไขล่าสุด : 2 มิ.ย. 60
โดย
:
จารุภา ตวงสิทธินันท์
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม
 
 
 

ข้อมูลความรู้สินเชื่อเงินสดล่าสุด