ค้นหา คอนโดใหม่ condo
ข้อมูลความรู้ : คอนโดใหม่

11 เคล็ดลับปล่อยเช่าคอนโดให้คนญี่ปุ่น

แก้ไขล่าสุด : 20 ส.ค. 58
เข้าดูทั้งหมด: 20,270 คน

11 เคล็ดลับปล่อยเช่าคอนโดให้คนญี่ปุ่น

ตั้งแต่ต้นปี 2558 มีคอนโดใหม่ๆ เปิดตัวกันแถวสุขุมวิทมากมาย ทั้ง High-Rise (ริมถนนใหญ่) และ Low-Rise (ในซอย) ซึ่งพื้นที่นี้ถือได้ว่าเป็นทำเลยอดฮิตที่สุดพื้นที่หนึ่งของชาวต่างชาติ หลายคนที่เข้าไปจับจองคอนโดใหม่ๆ บริเวณนี้ส่วนใหญ่ตั้งใจว่าจะปล่อยเช่าให้คนต่างชาติ ซึ่งหนึ่งในคนต่างชาติที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ในเมืองไทย และมีกำลังซื้อสูงคือ "ชาวญี่ปุ่น" วันนี้จึงมีเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ก่อนจะปล่อยเช่าคอนโดเพื่อให้ถูกใจคนญี่ปุ่นมาฝาก มีอะไรบ้างไปดูกันเลยยย

1. ทำความเข้าใจ "ประเภท" และ "กลุ่มคน" ญี่ปุ่นที่มาอยู่เมืองไทย

ก่อนจะปล่อยเช่าคอนโดให้คนญี่ปุ่น เรามาทำความเข้าใจกลุ่มคนชาวญี่ปุ่นในเมืองไทยกันหน่อย หลักๆ จะมีอยู่ 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ (ก) กลุ่มคนทำงานที่บริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นส่งมาทำงานที่เมืองไทยไม่ว่าจะเป็นพนักงานในย่านธุรกิจกรุงเทพ หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านทำงานในย่านนิคมอุตสาหกรรม ตัวอย่างบริษัทแม่ที่ส่งพนักงานมาก็เช่น Nissan, Mitsui, Kobayashi, Toyo, Itochu เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่อาจมาพร้อมครอบครัว (ข) กลุ่มคนทั่วไปเลือกเดินทางมาอยู่ หรือเปิดธุรกิจเองที่เมืองไทย เช่น เปิดร้านอาหารญี่ปุ่น หรือเปิดบริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับคนญี่ปุ่น และ (ค) กลุ่มคนญี่ปุ่นที่เกษียณอายุแล้ว และมาอยู่เมืองไทยแบบ Long Stay โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เชียงใหม่ เป็นต้น ซึ่งแต่ละกลุ่มคนข้างต้นนั้น ทำเล งบประมาณการจ่ายค่าเช่า และลักษณะของห้องที่เช่าก็จะแตกต่างกัน เช่น ถ้าเป็นคนญี่ปุ่นกลุ่ม (ก) ข้างต้น ก็อาจแบ่งย่อยลงไปได้อีก เช่น กลุ่มคนพนักงานระดับปฏิบัติการอาจเป็นคนโสด ซึ่งมักนิยมเช่าคอนโด 1 ห้องนอน อัตราค่าเช่าอยู่ที่ 30,000-35,000 บาทต่อเดือน แต่หากเป็นผู้บริหารระดับกลาง หรือสูงมักจะมีครอบครัวแล้ว และนิยมคอนโด 2 ห้องนอนเป็นอย่างน้อยพร้อมพื้นที่ขนาดใหญ่ อัตราค่าเช่าอาจอยู่ที่ 70,000-150,000 บาทต่อเดือนเลย
2. ไม่จำเป็นต้องติดรถไฟฟ้าก็ได้
โดยปกติเวลาซื้อคอนโดเพื่อลงทุน คำแนะนำแรกๆ ที่เรามักได้ยินคือ ให้ซื้อคอนโดติด หรือใกล้รถไฟฟ้า ซึ่งคำแนะนำนี้จริงๆ แล้วเป็นคำแนะนำที่ดีแน่นอน เพียงแต่ว่าสำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว ปัจจัยนี้อาจไม่ใช่ปัจจัยหลักเสมอไปสำหรับคนญี่ปุ่นเวลาจะหาห้องเช่า ทั้งนี้เพราะคนญี่ปุ่นที่ทำงานในเมืองไทยเป็นจำนวนไม่น้อยที่บริษัทจัดรถยนต์พร้อมคนขับรถให้ ดังนั้นชาวญี่ปุ่นกลุ่มใหญ่เหล่านี้จึงใช้รถไฟฟ้าไม่ค่อยบ่อยนัก หรือถ้าสำหรับกลุ่มที่ไม่มีรถยนต์ โดยธรรมชาติคนญี่ปุ่นแล้วจะเติบโตมากับการเดินเยอะๆ อยู่แล้ว เดินกันเก่ง และเดินได้ไกลกว่าคนไทยโดยเฉลี่ยมาก ดังนั้น ระยะทางที่ห่างจากรถไฟฟ้า เช่น เกิน 500 เมตรไปจนถึง 1 กิโลเมตร คนญี่ปุ่นอาจเดินกันได้ไม่ถือว่าลำบาก

3. เลือกคอนโดย่านสุขุมวิท หรือใกล้ย่านทำงานของคนญี่ปุ่น 


ต้องยอมรับว่า ทำเลที่คนญี่ปุ่นอยู่กันมากที่สุดในกรุงเทพเราคือ โซนสุขุมวิทตอนกลางระหว่างอโศกถึงเอกมัย ดังนั้นที่พักที่ชาวญี่ปุ่นมักมองเป็นตัวเลือกแรกๆ จึงมักจะเป็นคอนโดย่านสุขุมวิทในซอยเหล่านี้ เช่น สุขุมวิท 24, 31, 39, 49, 55 (ซอยทองหล่อ) รองลงมาคือโซนสุขุมวิท 23, 26, 53, 60 และซอยเอกมัย สำหรับย่านทำงานอื่นๆ นอกจากกรุงเทพที่คนญี่ปุ่นมักนิยมอยู่กันเยอะก็เช่น ย่านนิคมอุตสาหกรรมแถวศรีราชา ชลบุรี และระยอง ซึ่งเฉพาะในย่านอุตสาหกรรมเหล่านี้รวมๆ กันแล้วก็น่าจะมีชาวญี่ปุ่นถึง 10,000 คนเป็นอย่างน้อย ตัวอย่างเช่น นิคมอุตสาหกรรมนวนคร, บางชัน, ลาดกระบัง ก็จะพักแถวนิคมอุตสาหกรรมนั้นๆ แต่วันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็อาจเข้าเมืองมาแถวสุขุมวิทเพื่อหาซื้อของกินของใช้ และทำกิจกรรมเพื่อพักผ่อนกัน

4. เลือกย่านที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คุณแม่บ้าน และคุณลูกด้วย 


นอกจากซาลารี่แมน (Salaryman) ชาวญี่ปุ่นที่ย้ายมาประจำการที่ไทยชั่วคราวแล้ว ส่วนใหญ่คนญี่ปุ่นเหล่านี้ก็มักพาภรรยาและลูกตามมาอยู่ด้วย ดังนั้นเราควรเลือกทำเลคอนโดที่มีร้านค้า และชุมชนคนญี่ปุ่นอยู่เยอะ เช่น ย่าน "Japanese Town" ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิทช่วงซอย 30-39 มีร้านอาหาร เสื้อผ้า และบริการไลฟ์สไตล์สำหรับคนญี่ปุ่นรวมอยู่มากมาย เช่น ร้านเช่าหนังสือภาษาญี่ปุ่น ร้านเช่า DVD ภาพยนตร์ญี่ปุ่น และ UFM Fuji Super ซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีวัตถุดิบในการทำอาหารสไตล์ญี่ปุ่น และมีอาหารสดที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 4 สาขา คือสุขุมวิท 33/1, 39, พร้อมศรี 1 และสุขุมวิทซอย 49 นอกจากนี้ โรงเรียนสำหรับคุณลูกก็สำคัญ ซึ่งในกรุงเทพฯ ก็มีโรงเรียนสำหรับนักเรียนญี่ปุ่นหลายแห่งตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท มีบริการรถรับนักเรียนส่งสำหรับคนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง ที่นิยมกันจะเป็น "โรงเรียนสมาคมไทย-ญี่ปุ่น" เพราะได้รับการอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการของไทยให้เป็นโรงเรียนศึกษาพิเศษนานาชาติ ซึ่งเทอมการศึกษาจะเหมือนที่ญี่ปุ่นเลย เรียกว่าไม่มีปัญหาสำหรับเด็กถ้าอีกไม่กี่ปีต้องย้ายกลับญี่ปุ่น
5. หลีกเลี่ยงคอนโดหรือทำเล "ต้องห้าม"
โดยธรรมชาติของมนุษย์ คนเราเป็นสัดว์สังคม และมีพื้นเพประวัติศาสตร์ของแต่ละชาติที่แตกต่างกัน ประเด็นนี้อาจ Sensitive นิดนึง และไม่ได้จะ "Discriminate" ใดๆ แต่ต้องยอมรับว่ามีคนบางประเทศที่อาจไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนญี่ปุ่น เช่น คนเกาหลี หรือคนจีน ดังนั้น ถ้าคอนโดไหนมีชาวจีน หรือชาวเกาหลีอยู่เยอะ หรือมีชาวต่างชาติที่เสียงดังๆ อยู่กันเยอะ เช่น บางคอนโดในย่านรัชดาภิเษก หรือแถวพระราม 3 ก็มีโอกาสสูงที่ทำเล หรือคอนโดพวกนี้ จะไม่ใช่ตัวเลือกแรกๆ ของชาวญี่ปุ่น แม้ทุกวันนี้ยุคสมัยเริ่มเปลี่ยนไป และพรมแดน หรือเส้นแบ่งเหล่านี้อาจน้อยลงบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่าลึกๆ แล้ว ความรู้สึกเหล่านี้ก็ยังคงมีอยู่ไม่น้อยสำหรับคนในชาติที่เกี่ยวข้องเหล่านี้
6. เช็คเพื่อนร่วมคอนโดว่ามีญี่ปุ่นเยอะแค่ไหน
โดยธรรมชาติ และพฤติกรรมของคนญี่ปุ่น มักนิยมการอยู่กันเป็นกลุ่ม และเป็นชุมชนกับคนชาติเดียวกันเอง ดังนั้น ถ้าย่านไหน หรือคอนโดไหนมีคนญี่ปุ่นอยู่ และสิ่งอำนวยความสะดวกหลายๆ อย่างโดนใจคนญี่ปุ่น ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าคอนโดนั้นจะมีโอกาสปล่อยเช่าให้คนญี่ปุ่นได้ง่ายขึ้น และถ้าคอนโดไหนมีบริษัทญี่ปุ่นส่งคนเช่ามาอยู่บ่อยๆ หรือบริษัทญี่ปุ่นข้ามชาติที่มีการส่งพนักงานญี่ปุ่นมาเป็นประจำอาจผูกปิ่นโตกับคอนโดนั้นๆ เลย โอกาสที่ตัวแทนนายหน้าชาวญี่ปุ่นจะรู้จัก หรือบริษัทญี่ปุ่นอื่นๆ จะส่งคนมาอยู่ที่คอนโดนี้ด้วย ก็จะมีสูงมากขึ้นเรื่อยๆ 

7. ทำห้องให้พร้อมอยู่ และตกแต่งเรียบง่ายพร้อมอ่างอาบน้ำ


ห้องที่จะปล่อยเช่าได้ง่าย และเร็วสำหรับคนญี่ปุ่นควรเป็นห้องที่ตกแต่งครบพร้อมเข้าอยู่เลย (Ready-to-Move-in) ไม่ใช่ห้องเปล่าๆ หรือมีเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ครบมือ และบรรยากาศโดยรวมควรเป็นห้องที่ดูสว่าง สะอาด และเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เรียบง่าย ใช้วัสดุที่ทำจากไม้ ถ้ามีฉากกั้นที่สามารถเลื่อนเปิด-ปิดเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้ก็ยิ่งดี และให้หลีกเลี่ยงการตกแต่งที่ใช้สีแรงๆ หรือฉูดฉาดเกินไป ส่วนห้องน้ำถ้ามีต้นไม้ตกแต่งให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติได้จะดี และถ้ามี "อ่างอาบน้ำ" ด้วยจะได้คะแนนเยอะเลย หรือหากในคอนโดมีบ่อแช่น้ำร้อน (Onsen) ด้วยจะยิ่งดีเลยเพราะคนญี่ปุ่นนิยมการแช่น้ำซึ่งถือเป็นกิจกรรมในชีวิตประจำวันเพื่อการพักผ่อนที่คนญี่ปุ่นขาดไม่ได้ 

ตัวอย่างคอนโดที่มี ONSEN คือ MAESTRO 39 ซึ่งเป็น ONSEN แบบ OPEN AIR ลอยฟ้า
8.  ศึกษาคู่แข่ง: Serviced Apartment ที่คนญี่ปุ่นอยู่กันเยอะๆ 
มีคนญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยที่มาอยู่เมืองไทยแล้วไม่ได้เลือกที่จะอยู่คอนโดมิเนียม แต่เลือกที่จะอยู่ Serviced Apartment โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นที่มาเป็นครอบครัว เพราะชอบความสะดวกสบายหลายๆ อย่าง เช่น บริการทำความสะอาด ระบบรักษาความปลอดภัย เป็นต้น ดังนั้น ก่อนที่จะปล่อยเช่าคอนโดของเรา เราอาจลองเข้าไปเดินเล่นดูคู่แข่ง Serviced Apartment ดีๆ ที่ดึงดูดผู้เช่าญี่ปุ่นได้เยอะๆ ว่าห้องเขามีดีอะไรบ้าง และมีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรที่ดึงดูดใจคนญี่ปุ่น เมื่อเราได้เห็นภาพมีข้อมูลพวกนี้แล้ว เราอาจจะปรับแต่งห้องคอนโดของเราให้โดนใจ หรือเป็นที่สนใจของคนญี่ปุ่นได้มากขึ้น
9. สร้างบรรยากาศที่ "คุ้นเคย" ด้วยรายการทีวีญี่ปุ่น และเครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่น
ประเด็นนี้อาจไม่ใช่ปัจจัยใหญ่ แต่เป็นปัจจัยเล็กน้อยทางด้าน "อารมณ์" และ "บรรยากาศ" ที่จะช่วยเพิ่มสร้างโอกาสปล่อยเช่าให้คนญี่ปุ่นได้ไม่มากก็น้อย แน่นอนว่า Basic พื้นฐานที่ต้องมีคืออินเทอร์เน็ตไม่ว่า LAN หรือ Wi-Fi ในห้อง และโดยธรรมชาติคนญี่ปุ่นเป็นคนชาตินิยม และเหล่าแม่บ้าน หรือลูกๆ ชาวญี่ปุ่นอาจมีภาษาที่ไม่แข็งแรงนัก ดังนั้น ถ้าเรามีเคเบิลทีวีญี่ปุ่นเสริม จะน่าสนใจสำหรับแม่บ้าน หรือเด็กๆ ชาวญี่ปุ่นกันมากขึ้น หรือถ้าเรามีเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ญี่ปุ่นเยอะๆ เช่น Panasonic, Sharp หรือ Mitsubishi ก็จะสร้างบรรยากาศให้มีความ "คุ้นเคย" ดึงดูดผู้เช่าญี่ปุ่นได้มากขึ้น

10. ให้เช่าผ่านตัวแทนนายหน้า (Property Agent) ที่เชี่ยวชาญตลาดญี่ปุ่น


ข้อแนะนำอย่างหนึ่งที่อาจช่วยให้เราปล่อยเช่าคอนโดให้คนญี่ปุ่นได้ง่าย และรวดเร็วขึ้น แต่เราต้องมีค่าใช้จ่ายนิดนึง คือการใช้บริการตัวแทนนายหน้า (Property Agent) ที่เน้นตลาดญี่ปุ่นเป็นหลักให้ช่วยหาผู้เช่าให้ เพราะพวกนี้บางทีจะมีพนักงานญี่ปุ่นนั่งประจำอยู่ด้วยเลย หรือพนักงานคนไทยซึ่งพูดญี่ปุ่นได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการหาห้องเช่าให้คนญี่ปุ่นซึ่งยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับเมืองไทยในตอนแรก โดยปกติจะก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายให้ตัวแทนเป็นค่าเช่า 1 เดือนสำหรับสัญญาเช่า 1 ปี ซึ่งตัวแทนนายหน้าเหล่านี้จะช่วยเราได้หลายเรื่อง เช่น ช่วยเจรจาเรื่องต่างๆ กับผู้สนใจ ให้คำแนะนำกับเราในการเตรียมห้อง ดูแลติดต่อประสานงานเบื้องต้น ตัวแทนบางรายอาจดูแลตลอดสัญญาเช่าที่เขาหาลูกค้ามาให้เรา แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายรายเดือนแลกกับบริการดังกล่าว 
11. สร้าง "ความประทับใจ" เล็กๆ น้อยๆ ให้คนเช่าญี่ปุ่นของเรา

โดยธรรมชาติคนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการให้ของขวัญตามเทศกาลและเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตมาก เช่น รู้ว่าตั้งท้องก็มีของขวัญฉลองการมีบุตร เด็กๆ อายุครบอายุครบ 3 ขวบ 5 ขวบ 7 ขวบก็ต้องมีของขวัญให้ ดังนั้นครั้งแรกของการพบปะผู้เช่าญี่ปุ่นของเรา การมีของขอบคุณชิ้นเล็กๆ เพื่อแสดงว่าขอบคุณที่สนใจจะเช่าก็จะได้ใจคนญี่ปุ่นไปเกินครึ่ง หลังจากปิดการขายได้ ก็ควรมีของฝากตามเทศกาลสำคัญ เพราะคนญี่ปุ่นมีความผูกพัน และจริงจังการมอบของขวัญให้แก่กันในเทศกาลต่างๆ ค่อนข้างมาก และยิ่งถ้าคอยแนะนำที่กินที่เที่ยวให้ก็ยิ่งเป็นการซื้อใจ และมีความเป็นไปได้สูงว่าหลังจากที่คนญี่ปุ่นท่านนั้นย้ายออกก็มีจะแนะนำเพื่อนให้มาพักกับเราต่อไป
เป็นยังไงกันบ้างกับ 11 เทคนิคที่รวบรวมมาให้อ่านกัน โอกาสนี้ทีมงานก็ขอให้ทุกๆ คน ปล่อยเช่าคอนโดกันได้ง่าย ค้าขายคล่อง เจอกับผู้เช่าชาวญี่ปุ่นที่น่ารัก และจ่ายค่าเช่าห้องตรงเวลา แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้ากับคอลัมน์คอนโดดีๆ จากเรา Checkraka อีก.... ซาโยนาระ
แก้ไขล่าสุด : 20 ส.ค. 58
โดย
:
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม
ขอขอบคุณ : ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก : BKKCitiSmart, หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ, The Agent

ข้อมูลความรู้คอนโดใหม่ล่าสุด